วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่ 12

     

    สรุป รูปเเบบการอบรมเลี้ยงดู : เเนวคิดของ  Diana Baumrind

    Baumrind ได้เสนอมิติสำคัญในการอะิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่า ประกอบด้วย 2 มิติ คือ 1) มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา และ 2) มิติการตอบสนองความ

รู้สึกเด็ก จากการผสมผสาน 2 มิติ ทำให้ Baumrind จัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 

1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ

อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) และ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู

แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้

เพิ่มเติมรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบที่ 4 คือ 4) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (ไม่ควบคุม

และไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) จากการประมวลงานวิจัยทั้งในและนอกประเทศพบสอดคล้องกันว่า 

รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้มีความสามารถ

ในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง และมีความ

ฉลาดทางอารมณ์ คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่

    รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูของ Diana Baumrind รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ 

รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ รูปแบบ

การอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง

กิจกรรมที่ 11

 

 
 

    กิจกรรมที่ 11 การประดิษฐ์

    เริ่มต้นวิชา อาจารย์จะถามนักศึกษา ว่ามีอุปกรณ์ที่ไม่มีในการประดิษฐ์หรือป่าว เเล้วอาจารย์ก็ออกไปเอาอุปกรณ์มาให้ นักศึกษา หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือทำการประดิษฐ์ของเล่น
    ก่อนจะจบวิชาอาจารย์ ให้เเสดงวิธีการเล่นให้ดูว่าเล่นอย่างไร เเละยกตัวอย่างมาอีก 3 อย่าง ว่าจะเอาไปเล่นในรูปเเบบอื่นอีกได้ไหม เพราะของเล่น 1 ชิ้น ควรเล่นด้มากกว่า 1 ครั้ง เพราะจะทำให้เด็กไม่รู้สึกเบื่อของเล่นที่ประดิษฐ์

กิจกรรมที่ 10

   

    

 กิจกรรมที่ 10  อาจารย์ให้ออกเเบบของเล่นให้เด็ก ซึ่งเกิดจากความติดของเราเองหรือดัดเเปลงจากคนอื่น เเต่ส่วนใหญ่ต้องป็นความคิดของเรา ให้เขียนองค์ประกอบตามนี้

 1 .ของเล่นที่ทำเป็นพัฒนาการทางด้านใดของเด็ก

2.วัตถุประสงค์

3.ชื่อของเล่นที่เราประดิษฐ์

4.วัสดุ/อุปกรณ์

5.วิธีทำ

6.วิธีเล่น

7.เด็กได้อะไรบ้างจากการประดิษฐ์ของเล่น

8.สิ่งที่สามารถนำไปใช้

กิจกรรมที่ 9

     

    วันที่ 06/09/65 วันนี้อาจารย์เเจกกระดาษให้นักศึกษาเเละอธิบายงาน พร้อมทั้งให้สรุปเนื้อหาจากงานที่ทำ   อาทิตย์ที่เเล้วเป็นในรูปเเบบมายเเม็พลงในกระดาษ เเบ่งตามหัวข้อ เเละเเตกย่อยออกตามหัวข้อในใบงาน คล้ายเส้นสมอง เเละตกเเต่งให้สวยงาม ส่งในคาบเรียน

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่ 8

    

การออกเเบบกิจกรรมเด็กเเรกเกิดถึง3 ปี



 พัฒนาการเด็กอายุ 1 ปี

    ต้องพาเด็กเดินเล่นบ่อยๆ ฝึกให้หัดพูดเป็นคำๆจำสภาพเเวดล้อมรอบข้างของเด็ก สอนให้เด็กหัดร้องเพลงตามจังหวะ หัดให้เด็กฝึกกินอาหารด้วยช้อน ดื่มน้ำในเเก้ว สอนให้เด็กรูกจักอวัยวะในร่างกาย สอนให้เด็กฝึกเขียนด้วยดินสอ

พัฒนาการเด็กอายุ 2 ปี

    สอนให้เด็กเล่นบอล หัดให้ดูหนังสือ ฝึกฝห้เด็กพูกซักถามให้ตอบ สอนให้รู้จักสีเเละจำนวน ให้ขีดเขียนรูปกากบาทเเละวงกลม ให้ต่อเเท่งไม้

พัฒนาการเด็กอายุ 3 ปี

    ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมกลางเเจ้ง การวิ่งเล่น การเข้าสังคม การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ฝึกหัดให้ขีดเขียน ฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง ฝึกหัดให้เด็กขับถ่าย ฝึกให้ควบคุมตนเองเวลาโกรธ โมโห สอนให้รักการอ่านสอนให้รู้จักเเบ่งปัน

 

กิจกรรมที่ 7


    กิจกรรมที่ 7  เริ่มต้นวิชาอาจารย์ได้ทำการเล่นกิจกรรมตามบทดพลงที่อาจารย์ร้อง เช่น มือขวาอยู่ข้างไหน หันหน้าไปทางนั้น มือซ้ายอยู่ทางไหน หันหน้าไปทางนั้น เป็นต้น
    
    ต่อมาอาจารย์ได้เเจกกระดาษใหญ่  กลุ่มล่ะ 1 เเผ่น เพื่อนำไปทำชิ้นงาน ชื่อว่าพัฒนาการเด็กตั้งเเต่เเรกเกิด ถึง 3 ปี เขียนเเละวาดรูปมาเป็นมายเเม็พปิ้ง ตกเเต่งให้สวยงาม เพื่อนำมาทำงานในครั้งต่อไป เเต่ล่ะกลุ่มมีสมาชิก 4 คน พอหมดคาบเรียนก็นำงานมาเขียนลงบล็อก

        


กิจกรรมรถของเล่น

  กิจกรรมรถของเล่น เด็กได้รับอะไรจากกิจกรรม 1.เด็กได้รู้จักการเคลื่อนที่ของรถของเล่น รู้จักเเรงลมที่ทำให้รู้ทิศทางว่าต้องไปทางไหน ได้สอนวิชา...